การแสดงพื้นเมืองเป็นการแสดงที่แสดงออกถึงการสืบทอดทางศิลปะและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การแสดงพื้นเมืองเป็นการแสดงที่แสดงออกถึงการสืบทอดทางศิลปะและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นที่สืบทอดกันต่อ ๆ มาอย่างช้านาน ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน การแสดงจะออกมาในรูปแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพทางภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม อาชีพ และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนอุปนิสัยของประชาชนในท้องถิ่น จึงทำให้การแสดงพื้นเมือง มีลีลาท่าทางที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อความสนุกสนานรื่นเริงและพักผ่อนหย่อนใจ การแสดงพื้นเมืองของไทยภาคต่าง ๆ การแสดงพื้นเมืองของไทย แบ่งออกเป็นภาคต่าง ๆ ได้ดังนี้ ภาคเหนือ จากสภาพภูมิประเทศที่อุดมไปด้วยป่า มีทรัพยากรมากมาย มีอากาศหนาวเย็น ประชากรมีอุปนิสัยเยือกเย็น นุ่มนวล งดงาม รวมทั้งกิริยา การพูดจา มีสำเนียงน่าฟัง จึงมีอิทธิพลทำให้เพลงดนตรีและการแสดง มีท่วงทำนองช้า เนิบนาบ นุ่มนวล ตามไปด้วย การแสดงของภาคเหนือเรียกว่า ฟ้อน เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนสาวไหม เป็นต้น

ภาคกลางโดยธรรมชาติภูมิประเทศเป็นที่ราบเหมาะสำหรับอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวนและเป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรม การแสดงจึงออกมาในรูปแบบของขนบธรรมเนียมประเพณีและการประกอบอาชีพ เช่น เต้นกำรำเคียว เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลิเก ลำตัด กลองยาว เถิดเทิง เป็นต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของภาคอีสานเป็นที่ราบสูง มีแหล่งน้ำจากแม่น้ำโขง แบ่งตามลักษณะของสภาพความเป็นอยู่ ภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน ประชาชนมีความเชื่อในทางไสยศาสตร์มีพิธีกรรมบูชาภูติผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแสดงจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และสะท้อนให้เห็นถึงการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี การแสดงของภาคอีสานเรียกว่า เซิ้ง เป็นการแสดงที่ค่อนข้างเร็ว กระฉับกระเฉง สนุกสนาน เช่น เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งโปงลาง เซิ้งกระหยัง เซิ้งสวิง เซิ้งดึงครกดึงสาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ฟ้อนที่เป็นการแสดงคล้ายกับภาคเหนือ เช่น ฟ้อนภูไท (ผู้ไท) เป็นต้น

ภาคใต้โดยทั่วไปภาคใต้มีอาณาเขตติดกับทะเลและประเทศมาเลเซีย ประชากรจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน ประชากรมีอุปนิสัยรักพวกพ้อง รักถิ่นที่อยู่อาศัย และศิลปวัฒนธรรมของตนเอง จึงมีความพยายามที่จะช่วยกันอนุรักษ์ไว้จนสืบมาจนถึงทุกวันนี้ การแสดงของภาคใต้มีลีลาท่ารำคล้ายกับการเคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่าการฟ้อนรำ ซึ่งจะออกมาในลักษณะกระตุ้นอารมณ์ให้มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน เช่น โนรา หนังตะลุง รองเง็ง ตารีกีปัส เป็นต้น

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off

พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูกกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก มักจะเรียกกันติดปากกันว่า พิพิธภัณฑ์นกฮูก แต่เอาจริงๆที่นี่ไม่ได้มีนกฮูกตัวเป็นๆน่ารักน่าชังให้ได้ดูกัน แต่เป็นแหล่งรวมศิลปะของสะสมที่เกี่ยวข้องกับนกฮูกอย่างเดียวเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมของสะสมเกี่ยวกับงานศิลปะและงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนกฮูกของรศ.ปรีชา ปั้นกล่ำอาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีทั้งของสะสมที่มาจากภายในประเทศไทย ประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเช่นนกฮูกวอลอี ซึ่งจัดแสดงออกเป็น 7 ส่วนตามวัสดุที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน เริ่มต้นจากส่วนของนกฮูกเครื่องประดับ ที่มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล ตุ้มหู แหวน เป็นต้น ที่ล้วนแต่ใช้ความน่ารักของนกฮูกมาแต่งเติมสีสันให้สวยงาม กลายเป็นเครื่องประดับที่น่าใส่ประดับติดตัว ถัดมาเป็นโซนนกฮูกเรซิ่นจุดนี้ก็มีเรซิ่นรูปนกฮูกหลายแบบหลายสไตล์ มีทั้งมาเดี่ยว มาคู่และมาเป็นกลุ่ม วางโชว์ไว้อวดความสวยและน่ารัก ถัดมาเป็นนกฮูกเครื่องปั้นดินเผามีทั้งแบบที่เป็นสีดินเผาไม่เคลือบ และแบบที่ตกแต่งสีสันสวนงามและนำไปเคลือบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีว่าวนกฮูกจากอินโดนีเซีย นกฮูกกระดาษ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของชาวพม่าและครกฮูกหินซึ่งเป็นของสะสมที่หาดูได้ยาก ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีห้องเรียนรู้ศิลปะการออกแบบพร้อมวิทยากรและครูที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งมีOwl Art Museum Shop ซึ่งเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกและร้านเครื่องดื่มและยังมีการจัดตลาดนัดคนรักนกฮูกทุกวันเสาร์สัปดาห์แรกของเดือนของทุกอย่างที่นำมาจำหน่าย เป็นของที่มีการออกแบบจากนกฮูกเท่านั้น แม้พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูกมีขนาดไม่ใหญ่เดินเพียงนิดเดียวก็ครบ แต่ถ้าได้ค่อยๆเดินละเมียดดูงานที่เกี่ยวกับนกฮูกที่ตั้งโชว์แต่ละชิ้นๆ ก็จะสังเกตเห็นว่าหน้าตาของเหล่านกฮูกไม่เหมือนกันเลยแม้จะเป็นแค่นกฮูกเหมือนกัน และก็มีความน่ารักน่าชังกันคนละแบบ
สำหรับประวัติและความเชือของนกฮูก
นกฮูกกับนกเค้าแมวเป็นชนิดเดียวกัน ตั้งชื่อตามเสียงร้อง ฮูก-ฮูก ส่วนที่เรียกว่านกเค้าแมวนั้นเป็นเพราะมีลักษณะใบหน้าคล้ายแมว นกฮูกเป็นสัตว์หากินกลางคืน มีระบบตาและหูดีกว่านกประเภทอื่น สามารถหมุนคอได้ถึง 270 องศา กินหนูหรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กเป็นอาหาร ในประเภทไทยมีประเภทของนกชนิดนี้อยู่ 21 ชนิด สำหรับความเชื่อนั้น คนโบราณเชื่อกันว่าหากมีนกฮูกหรือนกแสกบินข้ามหลังคาบ้านใครหรือเกาะอยู่ใกล้ๆบ้านใคร เชื่อว่าบ้านนั้นจะต้องมีผู้เสียชีวิต คตินี้คล้ายคลึงกับของชาวโรมันหรือชาวโรมาเนีย หากนกเค้าแมวบินเข้าบ้านต้องฆ่าให้ตาย มิฉะนั้นจะนำพาความโชคดีไปพร้อมกับตัวนก

Posted in สถานที่จัดการแสดง, อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

อาร์ตแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดเจ๋งในสิงคโปร์

ArtScience Museum นอกจากความสวยงามแปลกตาของอาคารรูป ‘ดอกบัว’ ที่ออกแบบโดย โมเช่ ซาฟดี้ สถาปนิกชื่อดังแล้ว พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์แห่งนี้ ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แรกของโลกที่นำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และศิลปะมาจัดแสดงร่วมกันอย่างผสมผสานกลมกลืน โดยนิทรรศการส่วนใหญ่จะเป็นนิทรรศการหมุนเวียน มีกิจกรรมไฮไลท์ในแต่ละเดือนแตกต่างกันออกไป

Asian Civilisations Museum พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ ข้าวของเครื่องใช้ และวัตถุโบราณต่างๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากทั่วทวีปเอเชีย วัตถุโบราณจากประเทศไทยหลายชิ้น เช่น พระพุทธรูปสุโขทัย รอยพระพุทธบาทสมัยศตววษที่ 19 เสื้อผ้าเครื่องประดับของชาวเขา ฯลฯ ก็จัดแสดงอยู่ที่นี่เช่นกัน ACM ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของเอเชีย

MAD Museum of Art & Design หากต้องการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะและการออกแบบ พิพิธภัณฑ์ MAD คือสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด ที่นี่รวบรวมผลงานศิลปะและการออกแบบร่วมสมัยที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย นอกจากนี้ ยังมีการจัดอีเวนท์ เวิร์คช็อป เสวนา รวมถึงมีช็อปขายสินค้าอาร์ตๆ กิ๊บเก๋ ร้านอาหารน่านั่ง และเลานจ์ซิการ์ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนอีกด้วย อยากรู้ว่ามีทีเด็ดยังไงบ้าง ลองเข้าไปดูวิดีโอสั้นๆ ที่เขาพาทัวร์รอบ MAD

Michael Janssen Gallery Michael Janssen เปิดแกลเลอรี่ของเขาเป็นครั้งแรกที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนีในปี 1995 ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่เบอร์ลิน เมื่อปี 2008 และขยับขยายมาตั้งอีกสาขาที่ประเทศสิงคโปร์ในเวลาต่อมา แกลเลอรี่แห่งนี้ มีทั้งผลงานของศิลปินจากอเมริกาเหนือ ยุโปร และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากจะเน้นนำเสนอชิ้นงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินทั้งเดี่ยวและกลุ่มแล้ว แกลเลอรี่ยังมีการจัดกิจกรรมเสวนา การแสดง และฉายหนังอย่างต่อเนื่อง

Mizuma Gallery ดูจากชื่อคงพอเดาได้ไม่ยากว่านี่คือแกลเลอรี่ที่ก่อตั้งโดยคนญี่ปุ่น Sueo Mizuma เปิดแกลเลอรี่ชื่อเดียวกับนามสกุลตัวเองแห่งแรกที่โตเกียวในปี 1994 ต่อมาได้ขยายสาขาเพิ่มไปยังปักกิ่งและสิงคโปร์ ผลงานในแกลเลอรี่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกๆ หนึ่งเดือน ส่วนใหญ่จะเน้นจัดแสดงงานร่วมสมัยของศิลปินญี่ปุ่นที่น่าจับตามองเป็นหลัก

National Museum of Singaporeพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ บูรณะมาจากอาคารเก่าแก่แบบโคโลเนียลอายุ 100 กว่าปี ภายในสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกแห่งนี้ แบ่งออกเป็นห้องต่างๆ ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่วิถีการดำเนินชีวิต วัฒนธรรม ไปจนถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ อีกทั้งยังมีการฉายหนังที่น่าสนใจ แกลเลอรี่ภาพถ่าย อีเวนท์และนิทรรศการหมุนเวียน

Opera Galleryแกลเลอรี่แห่งนี้มีสาขาอยู่ใน 11 เมืองท่องเที่ยวทั่วโลก สาขาแรกก่อตั้งขึ้นที่ปารีส เมื่อปี 1994 และสาขาที่สองก็ก่อตั้งขึ้นที่สิงคโปร์ในปีเดียวกัน แกลเลอรี่แต่ละแห่งจะจัดแสดงทั้งผลงานของศิลปินระดับตำนาน และผลงานของศิลปินหน้าใหม่ที่โดดเด่นน่าจับตามองจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา

Singapore Art Museum เดิมทีอาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นโรงสอนศาสนา ก่อนจะได้รับการบูรณะปรับปรุงและก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ ภายในพื้นที่จัดแสดงรวบรวมงานศิลปะโบราณและศิลปะร่วมสมัยของสิงคโปร์หลายแขนงไว้มากถึง 7,000 ชิ้น และยังมีงานศิลปะของประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกมากมายมาร่วมจัดแสดงด้วย

Singapore Tyler Print Institute สำหรับคนที่หลงใหลในกระดาษและงานพิมพ์ สถานที่แห่งนี้คือสวรรค์สำหรับคุณ เพราะนอกจากจะมีโซนแกลเลอรี่ที่จัดแสดงผลงานกระดาษและงานพิมพ์ล้ำๆ เก๋ๆ แล้ว STPI ยังเป็นโรงงานกระดาษ และโซนครีเอทีฟเวิร์คชอปให้ผู้สนใจฝึกทำลายพิมพ์ได้อีกด้วย หากคุณสนใจในศิลปะร่วมสมัยนี่คือจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

The Substation A Home for the Arts แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 เป็นศูนย์ศิลปะร่วมสมัยอิสระแห่งแรกในสิงคโปร์ ภายในประกอบไปด้วยโรงละคร แกลเลอรี่ สตูดิโอ ห้องอเนกประสงค์ และห้องเรียนมัลติฟังก์ชั่น กิจกรรมของที่นี่จึงมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่การจัดแสดงงานศิลปะทั่วๆ ไป โชว์ต่างๆ และยังมีคอร์สเจ๋งๆ ที่สอนเต้นหลากหลายรูปแบบ สอนการแสดง ออกแบบแฟชั่น ทำภาพพิมพ์ ไปจนถึงเขียนบทละครเวทีเลยทีเดียว

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off

นาฏศิลป์ไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากที่ตอบสนองความต้องการจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

7

นาฏศิลป์ไทยใน อดีตมีบทบาทสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย บทบาทในงานสำคัญของหลวงพิธีกรรมต่างๆของชาวบ้าน รวมถึงการสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนในสังคม เช่นการแสดงลิเก ละคร โขน เพลงพื้นเมืองต่างๆ เมื่อสังคมยุคปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวด เร็ว นาฏศิลป์ไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากที่ตอบสนองความต้องการ ของมนุษย์อย่างในอดีต มาเป็นบทบาททางด้านต่างๆที่สามารถจำแนกบทบาทให้เห็นได้ ดังนี้ บทบาททางการศึกษา การแสดงออกทางด้านศิลปะนั้นถือเป็นศาสตร์และศิลป์ ในอดีตการ เรียนของศาสตร์แขนงนี้มักอยู่ในแวดวงที่จำกัดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการเปิดกว้างมากขึ้น มีการจัดตั้งสถานศึกษาสำหรับการสอนนาฏศิลป์ขึ้นหลายแห่ง ทั้งของรัฐ ที่สอนทางด้านนาฏศิลป์ มีหน้าที่ทำนุบำรุงรักษาศิลปะโดยตรง สถานศึกษาของเอกชนที่สอนนาฏศิลป์ให้แก่กุลบุตรกุลธิดา เพื่อส่งเสริมความสามารถและบุคลิกภาพรวมถึงส่งเสริมลักษณะนิสัย

บทบาททางธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งบทบาทนี้เห็นได้อย่างชัดเจน ในการแสดงตามงานเทศกาลท่องเที่ยวต่างๆ ที่ภาครัฐหรือเอกชนจัดขึ้น จะต้องมีนาฏศิลป์ไทยเข้าไปเกี่ยว ข้องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบมหรสพสมโภชหรือ การแสดงแสง เสียงสื่อและผสม โดยศิลปะการแสดงเหล่านี้ถือเป็นจุดขายที่สำคัญ นอกเหนือจากนี่ยังมีโรงละครของเอกชนเปิดทำการแสดงเพื่อให้ชาวต่างชาติหรือ ผู้ที่สนใจเข้าชมดำเนินการในรูปแบบธุรกิจอย่างชัดเจน บทบาทในการอนุรักษ์และเผยแพร่เอกลักษณ์ของชาติ ปัจจุบันวัฒนธรรมต่างชาติมีบทบาท อย่างมากในสังคมไทย และเป็นไปได้ว่าอนาคตประเทศไทยอาจถูกกลืนทางวัฒนธรรมได้ เพื่อให้ความเป็นไทยคงอยู่ สิ่งที่จะช่วยได้นั่นคือ เอกลักษณ์ของชาติในด้านต่างๆ โดยใช้วิธีการเผยแพร่ อนุรักษ์ และสร้างสรรค์ศิลปะการแสดง นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่านาฏศิลป์ไทยได้ปรับตัวให้ดำรงอยู่ได้ใน สังคมไทย ช่วยสร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสังคมหนึ่งกับอีกสังคมหนึ่ง ส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติให้ชัดเจน ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศ และอื่นๆอีกมากมายที่สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม จึงเห็นได้ว่า สิ่งที่บางท่านอาจมองอย่างไม่เข้าใจ ดูว่าไม่เป็นสากลหรือเข้ากับยุคสมัย แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญระดับชาติที่ช่วยให้ชาติไทยดำรงอยู่ได้ เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่เหมือนประเทศใด จงภูมิใจและช่วยกันรักษาสิ่งนี้ให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไปตราบนานเท่านาน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off

ผลกระทบต่อวัฒนธรรมส่วนที่สำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

30

ปัจจุบันมีการนำเอานาฏศิลป์รูปแบบต่างๆ หรือจากประเทศอื่นๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เรียกว่านาฏศิลป์ร่วมสมัย การเอานาฏศิลป์แบบอื่นๆ เข้ามาผสมผสานกันไม่ใช่เรื่องผิดแต่เราต้องรู้ว่านาฏศิลป์ไทยคืออะไรเพราะการหลั่งไหลเข้ามาของนาฏศิลป์ต่างชาติไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมส่วนที่เป็นวิถีชีวิตของคนไทยแต่อาจจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการแสดงของนาฏศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ไทยเนื่องจากนาฏศิลป์ร่วมสมัยค่อนข้างจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ชมมากกว่าขณะเดียวกันนาฏศิลป์ไทยก็ได้รับความนิยมลดลงนาฏศิลป์ร่วมสมัยไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นการนำเนื้อหาสาระ เครื่องแต่งกาย และรูปแบบของเดิม มาผสมผสานเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้นนาฏศิลป์ร่วมสมัยไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นห่วง หากเรามีความรู้ ความเข้าใจถึงแก่นที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมชาติไทยอย่างแท้จริง ซึ่งมีการถ่ายทอดต่อๆ กันมา ทั้งท่าทาง ภาษา และลีลา หากเรารู้แก่นแท้ของเอกลักษณ์ไทย เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับนาฏศิลป์ร่วมสมัยคือมีรากยึดดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยนาฏกรรมเป็นมาตรฐาน(หรือแบบแผน)ที่ลงตัวแล้วและเหตุที่เสื่อมลงไปเพราะการขาดการเอาใจใส่ของศิลปินและหน่วยงานที่ทำหน้าที่ทำนุบำรุงด้านศิลปวัฒนธรรมในอดีตบทบาทหน้าที่ของนาฏยศิลป์ก็ได้รับการยกย่องให้มีศักดิ์ศรีสูงถึงเป็นราชูโภค เหล่านาฏศิลปินก็ได้รับการยกย่องเป็นถึง โขนหลวง ละครหลวง ขึ้นชื่อว่าสิ่งใดได้เป็นถึงของในหลวงก็ดีสิ่งนั้นย่อมมีความเป็นที่สุด หากเป็นศิลปะการแสดงก็จะต้องเป็นอย่างที่ประณีตที่สุด ดีที่สุด ความเสื่อมของโขนละครน่าจะเกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในจารีตที่กำกับอยู่อย่างเพียงพอความงามความหมายและความรู้สึกจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้ชมคิดว่าจับต้องไม่ได้ขนบหรือจารีตเหล่านี้ไม่เป็นที่รู้จักหรือเข้าใจกันอีกต่อไปอาจมาจากการที่ขนบนั้นไม่แพร่หลายอย่างเพียงพอที่จะเป็นฐานของการรองรับการถ่ายทอดของสังคมได้ดีพอ

การพัฒนาปรับปรุงมิให้การแสดงของไทยเกิดความซ้ำซากจำเจหรือยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ทางหนึ่ง คือ การพัฒนาเรื่องฉาก เวที และเทคนิคสมัยใหม่ รวมทั้งในเรื่องแสงและเสียง ซึ่งมีผลต่อการรับรู้ของผู้ดูแต่การเปลี่ยนแปลงมากเกินไปอาจจะนำไปสู่ความเสียหายหากเปิดใจรับวิทยาการใหม่ๆก็เป็นการปรับปรุงมรดกเก่าให้อยู่รอดได้รักษาความเป็นตัวเองมิให้สูญสลายหากไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็จะนำไปสู่ความเสื่อมโทรม

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off