มนุษย์เราทุกคนมีศิลปะการแสดง

pic
ศิลปะการแสดง เป็นการแสดงออกถึงจินตนาการ ความปรารถนาในจิตใจของมนุษยชาติ ในขณะที่การแสดงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ เราทุกคนมีความปรารถนาอยากเป็นนักแสดงเสมอ บางครั้งความรู้สึกนี้อาจถูกเก็บซ่อนไว้ภายในใจ ความรู้สึกอยากเป็นนักแสดงเกิดขึ้นกับทุกๆคนและเป็นความรู้สึกที่อยากแสดงออก อยากถ่ายทอดระบายความรู้สึกในสิ่งที่ตนประทับใจอย่างเปี่ยมล้น หรือบางครั้งเพียงเพื่อต้องการสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้ เป็นความจริงว่าความรู้สึกอยากแสดงออกของเรานั้นไม่มีในงานศิลปะแขนงอื่น ไม่ใช่ว่าเราทุกคนอยากจะเป็นนักดนตรี จิตรกร ประติมากร สถาปนิก นักประพันธ์ ด้วยเหตุนี้ความเป็นนักแสดงจึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ มนุษย์เราทุกคนเป็นนักแสดงได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เพราะการแสดงไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ลักษณะใด จะเป็นการกระทำที่ยั่วยวนจิตใจมนุษย์ได้มากที่สุด

ศิลปะการแสดงนอกจากให้ประโยชน์ในด้านความบันเทิง ผ่อนคลายสำหรับมนุษย์ในสังคม ยังเป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าใจในความเป็นตัวตนหรือเอกลักษณ์ทุกด้านของมนุษย์แต่ละสังคม แต่ละเชื้อชาติ ที่ต่างมีวิถีชีวิต ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา ที่แตกต่าง หรือคล้ายคลึงกัน รวมทั้งอิทธิพลที่มนุษย์มีต่อกันในทุกแง่มุม การศึกษามนุษย์โดยผ่านศิลปะการแสดงจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะเข้าใจรากฐานทางวัฒนธรรมทุกด้าน เข้าใจพฤติกรรมการแสดงออกของมนุษย์แต่ละสังคมเป็นอย่างดี การอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ และสร้างสรรค์ศิลปะการแสดง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ศิลปะการแสดงเป็นสิ่งสะท้อนความเป็นไปของสังคม หรือรากเหง้าของมนุษย์

ศิลปะการแสดงจึงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดของตน เพื่อถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้เข้าใจรับรู้ถึงสิ่งที่ตนต้องการจะแสดงออก การแสดงถือเป็นศิลปะของการสื่อสารที่ปรากฏภาพเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้ชมสามารถรับรู้และเข้าใจได้ง่ายโดยไม่ยุ่งยากในการตีความ ส่วนอารมณ์ความรู้สึกแม้จะอยู่ในรูปลักษณะที่เป็นนามธรรมก็จริง แต่ผู้ชมทั่วๆไปสามารถสื่อสัมผัสได้โดยตรงจากผู้แสดง การแสดงคือศิลปะของการทิ้งบุคลิกของตนเอง แล้วนำเอาบุคลิกความรู้สึกของตัวละครมาสวมใส่ และทำให้การสวมใส่นั้นดูเป็นจริงเป็นจังสำหรับผู้ชม การแสดงจึงเหมือนการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร ผู้แสดงต้องสวมใส่บุคลิกนั้นอย่างมีชีวิต ต้องรู้สึกในบทบาทการแสดง หากการแสดงเป็นเพียงการเสแสร้างแกล้งทำ และเพียงให้ดูเหมือนจริงผู้ชมก็จะสังเกตเห็นถึงข้อบกพร่องเหล่านั้นได้

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on มนุษย์เราทุกคนมีศิลปะการแสดง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีพื้นที่จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นอาคารโรงกษาปณ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคฟื้นฟูวิทยาการ สำหรับเป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ เมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่ใหญ่โตขึ้นในเวลาต่อมา จึงย้ายที่ทำการไป ณ โรงกษาปณ์ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้จึงร้างลง ครั้นในวาระครบ 100 ปีการพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากรมีโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานด้านศิลปะสมัยใหม่ จึงได้ขอใช้อาคารโรงกษาปณ์เก่านี้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานศิลปะ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ยินดีมอบอาคารแห่งนี้แก่กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีพื้นที่จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน
นิทรรศการถาวร
อาคารด้านหน้า ชั้นบน (อาคารด้านทิศตะวันตก) จัดแสดงนิทรรศการถาวรศิลปะแบบไทยประเพณี ซึ่งเป็นผลงานศิลปะไทยที่สร้างสรรค์ขึ้นแต่ครั้งอดีตกาล ในรูปแบบต่าง ๆ ถึงพัฒนาการของศิลปะในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลในแบบไทยประเพณี จนถูกถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบศิลปะร่วมสมัยโดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังโบราณ
ส่วนที่ 2 ภาพภาพเขียนบนผ้าหรือกระดาษ เช่น ภาพในสมุดข่อย เป็นต้น
ส่วนที่ 3 เป็นภาพยุคหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างภาพเขียนแบบสมัยใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก และภาพเขียนที่ยังคงอนุรักษ์แบบประเพณีไว้ผสมผสานกัน เช่น ภาพเขียนเนื่องในโอกาสต่าง ๆ ได้แก่ งานพระเมรุ งานฉลองสมโภช เป็นต้น
ส่วนที่ 4 ภาพเขียนบนตู้พระธรรม และอื่น ๆ
อาคารด้านหน้าชั้นล่าง จัดแสดงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย ซึ่งผลงานศิลปกรรมส่วนใหญ่เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป โดยการซื้อ บริจาค และจากที่ศิลปินและหน่วยงานต่าง ๆ ให้ยืมจัดแสดง แบ่งเป็นห้อง ดังนี้
ห้องฝีพระหัตถ์ แสดงภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
หอศิลปินอาวุโส แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งประเภทจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินรุ่นอาวุโสที่มีชื่อเสียงของไทย
หอศิลปินร่วมสมัย แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งประเภทจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินรุ่นหลังที่มีชื่อเสียงของไทย

นิทรรศการหมุนเวียน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีแผนการจัดนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปีปีละประมาณ 20 นิทรรศการ โดยจัดแสดงเดือนละ 2-4 เรื่อง ผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานศิลปะทุกประเภทที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นับได้ว่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพของศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยนำมาจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1-8 (อาคารชั้นเดียวด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก) อาคารอเนกประสงค์ และอาคารทิศใต้ นอกจากการใช้พื้นที่ในการจัดนิทรรศการแล้วยังมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางศิลปะอีกมากมาย ตัวอย่างกิจกรรมได้แก่ การจัดอบรมฝึกทักษะด้านศิลปะแก่เยาวชนการเปิดให้เป็นสถานที่ทัศนศึกษาและการร่วมมือกับองค์กรเอกชน เช่น การจัดเสวนา การจัดแรลลี่ด้านศิลปะ เป็นต้น

Posted in สถานที่จัดการแสดง | Tagged | Comments Off on พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีพื้นที่จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน

การอนุรักษ์ศิลปะการแสดงงิ้วที่มีมายาวนาน

การแสดงงิ้ว เป็นมหรสพอย่างหนึ่งของจีน เล่นเป็นเรื่องเป็นราว มีการขับร้องและเจรจาประกอบท่าทางที่แสดง โดยนำเอาเหตุการณ์ต่างๆในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงแต่งเติม มีการขับร้องและเจรจาประกอบกับลีลาท่าทางที่แสดง มีแสดงเฉพาะในพระราชวัง เรื่องที่แสดงเป็นเรื่องสั้นๆ โดยงิ้วได้วิวัฒนาการโดยได้มีผู้ดัดแปลงแก้ไขให้ดีขึ้นทุกยุคสมัย ส่วนเรื่องที่แสดงก็เป็นเรื่องในพงศาวดาร เกร็ดพงศาวดาร ประวัติศาสตร์ และนิทาน เช่น ไซฮั่น ตั้งฮั่น ศิลปะของชาวจีนตั้งแต่อดีตกาลนั้น ไม่เน้นการแสดงศิลปะรูปแบบเดียวแต่จะเน้นไปในด้านการผสมผสานศิลปะร่วมกัน เช่น การขับร้องจะต้องมีระบำหรือนาฏลีลาประกอบพร้อมกับการบรรเลงดนตรี การระบำรำฟ้อนต่างๆ มักมีการขับร้องและบรรเลงดนตรีควบคู่กันไป เป็นต้น ซึ่งมีความแตกต่างกับศิลปะตะวันตกเป็นอย่างมาก อุปรากรจีนเป็นศิลปะชั้นสูงที่มีแบบแผนประเพณีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นักแสดงต้องผ่านการฝึกฝนตั้งแต่เยาว์วัย

ความโดดเด่นของการแสดงงิ้วนอกจากลีลาการร่ายรำ การเคลื่อนไหวของผู้แสดงแล้ว เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตลอดจนการแต่งหน้าก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งการแต่งกายของตัวละครจะบ่งบอกถึงบทบาทของตัวแสดง ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อผ้า เข็มขัด รองเท้า สีสันของเสื้อผ้า เครื่องประดับ ตลอดจนลวดลายที่ปักอยู่บนเสื้อแต่ละตัวสามารถทำให้ผู้ชมรู้ถึงลำดับยศฐาบรรดาศักดิ์ ขุนนางฝ่ายบุ๋น ฝ่ายบู๊ คหบดี หรือสามัญชนได้อย่างชัดเจน ผู้แสดงงิ้วต้องแต่งกายให้สอดคล้องถูกต้องกับกาลสมัยของเรื่องที่แสดง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใบหน้า ลักษณะใบหน้าของตัวงิ้ว แสดงให้ผู้ชมทราบว่า ตัวงิ้วนั้นมีอุปนิสัยใจคอเช่นใด สีต่างๆที่ทาและเขียนบนใบหน้าตัวงิ้ว กำหนดไว้สีหนึ่งใช้จำเพาะอุปนิสัยชนิดหนึ่งเท่านั้น

ตัวละครแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. ตัวละครชาย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ “บู๊” ผู้แสดงต้องแสดงบทโลดโผน ส่วน “บุ๋น” เน้นการขับร้องและการแสดงอารมณ์
2. ตัวละครหญิง
3. ตัวละครวาด เป็นตัวละครที่แต่งหน้าด้วยลวดลายสีสันต่างๆ ซึ่งบ่งบอกถึงนิสัยของตัวละคร ผู้แสดงต้องมีหน้าผากที่กว้าง รูปร่างสูงใหญ่ น้ำเสียงกังวาน
4. ตัวละครตลก แบ่งออกเป็นตลกแบบบุ๋น เช่น ยาม คนรับใช้ คนตัดไม้ เป็นต้น ส่วนตัวตลกแบบบู๊ ต้องแสดงเกี่ยวกับกายกรรม เช่น พลทหาร

Posted in สถานที่จัดการแสดง | Tagged | Comments Off on การอนุรักษ์ศิลปะการแสดงงิ้วที่มีมายาวนาน

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาช่วยการสร้างงานศิลปะบนสื่อดิจิตอล


เมื่อเราพูดถึง ศิลปะ เรามักจะหมายถึง ความงาม แต่ความงามในที่นี้เป็นเรื่องของคุณค่า (Value) ที่เป็นคุณค่าทางสุนทรียะ แตกต่างจากคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่เป็นราคาของวัตถุ แต่เป็นคุณค่าต่อจิตใจ ความงามเกิดขึ้นด้วยอารมณ์มิใช่ด้วยเหตุผลความคิดหรือข้อเท็จจริง คนที่เคร่งครัดต่อเหตุผลหรือเพ่งเล็งไปที่คุณค่าทางวัตถุจะไม่เห็นความงาม คนที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อนไหวจะสัมผัสความงามได้ง่ายและรับได้มาก ความงามให้ความยินดี ให้ความพอใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมีเหตุผล ความยินดีนั้นเกิดขึ้นเองโดยไม่มีการบังคับ ความงามนั้นเกี่ยวข้องกับวัตถุก็จริงแต่มิได้เริ่มที่วัตถุ มันเริ่มที่อารมณ์ของคน

ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เราได้สัมผัสกับงานศิลปะในรูปแบบสื่อดิจิตอล ที่ทำให้งานศิลป์เป็นสิ่งที่เข้าถึงและจับต้องได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อใส่เรื่องราวเข้าไปรวมกับเทคนิคคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้งานดีไซน์ดูมีชีวิตขึ้นมา

งานกราฟ ฟิก โฆษณา นอกจากเครื่องมือซอฟต์แวร์แล้วล้วนแต่ต้องใช้ศิลปะในการรังสรรค์ แต่การจะสร้างงานศิลปะในระบบดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ใช้เทคนิคที่ต่างกัน เครื่องมือที่ใช้มีความละเอียดน้อยกว่า เรียกว่าพอใช้ได้แต่งานไม่ออกมาสมบูรณ์อย่างที่ควร งานดิจิตอลจะเน้นความเหมือนจริง ส่วนงานศิลปะจะเน้นเรื่อง Passion อารมณ์ความรู้สึกสื่อปรัชญาแนวคิด อีกทั้งชิ้นงานจับต้องได้ในมุมมองหลายมิติ

แม้ตอนนี้เราจะมีเทคโนโลยีที่ใช้ปากกาวาดได้เหมือนธรรมชาติ แต่เทคนิคแตกต่าง เครื่องมือมีราคาแพงอย่างเช่นจอภาพต้องกว้างและให้สีทีคมชัดครบถ้วน แสดงสีตามจริงไม่ใช่พิมพ์ออกมาแล้วเป็นอีกสี ปากกาดิจิตอลที่นำเข้าข้อมูลต้อง Sensitive ไวต่อแรงกดต่อการเคลื่อนไหว ไม่มีสันยานรบกวน การสร้างงานบน Canvas ที่มี Resolution ที่ใหญ่กว่าหน้าจอหลายเท่า ลงทุนหลักหมื่นหลักแสน เทียบกับงานศิลปะทำมือเราใช้วัสดุราคาถูก แม้แต่เศษไม้ก็ยังใช้ได้ แต่งานในรูปแบบดิจิตอลจะดีกว่าตรงที่มันแพร่ไปยังสื่อต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าใครจะเอาไปทำผ้าใบ บิลบอร์ด ลงหนังสือ ใบปลิว ตัวอย่างการโปรโมตภาพยนตร์ใหม่เรื่องหนึ่งที่ต้องฉายพร้อมกันทั่วประเทศ วาดด้วยพู่กันไม่ทัน และเมื่อดูขนาดเสกลของงาน งานดิจิตอลสามารถวาดบนหน้าจอเล็กแต่นำไปขยายเป็นภาพขนาดเท่าตึกสูงได้โดยยัง คมชัดอยู่ เทียบกับการวาดด้วยมือแล้วต้องใช้จำนวนคนมากและเวลาเยอะ งานดิจิตอลนั้นสามารถจะเคลื่อนย้ายง่าย อยากติดตรงไหนก็ได้หน้าร้าน ผนัง แขวนเพดาน งานศิลปะนั้นต้องระมัดระวังเพราะมีน้ำหนักและเปราะบาง ใช้พื้นที่เฉพาะเจาะจง แต่ไม่ว่าอย่างไรเราคงใช้ศิลปะในการทำงานดิจิตอล แต่ใช้เครื่องมือดิจิตอลทำงานศิลปะจะไม่เหมาะและไม่สมบูรณ์พอ

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาช่วยการสร้างงานศิลปะบนสื่อดิจิตอล

การสร้างสรรค์งานศิลปะในยุคของดิจิทัล


ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ หรือผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานศิลปะหลายๆท่าน ปฏิเสธเจ้าเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นกล่องสีเหลี่ยม มีหน้าจอ และมีก้อนพลาสติกที่พอดีกับอุ้งมือ ที่ทำหน้าที่ในการบังคับการใช้งาน อย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่มันสามารถเป็นเครื่องมือในการทำงานที่มาทดแทนเครื่องมือในการทำงานศิลปะได้เกือบหมดทุกประเภท ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ หรือผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานศิลปะหลายๆท่าน ปฏิเสธเจ้าเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นกล่องสีเหลี่ยม มีหน้าจอ และมีก้อนพลาสติกที่พอดีกับอุ้งมือ ที่ทำหน้าที่ในการบังคับการใช้งาน อย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่มันสามารถเป็นเครื่องมือในการทำงานที่มาทดแทนเครื่องมือในการทำงานศิลปะได้เกือบหมดทุกประเภท

การสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัล คือการทำงานของสมองทั้ง 2 ด้าน
สมองมนุษย์มีระบบการคิด 2 ด้านคือสมองด้านขวา คิดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ จินตนาการ ส่วนด้านซ้ายเป็นเรื่องของเหตุผล การคำนวน เป็นต้น  ด้งนั้นในการสร้างสรรค์งาน 3 มิติ (3D) จึงเป็นการทำงานที่สัมพันธ์กันระหว่างสมองทั้ง 2 ด้าน เนื่องจากการสร้างโมเดล หรือการกำหนดความเคลื่อนไหวของโมเดล จะต้องใช้ตัวเลขเป็นตัวกำหนด มีการคำนวน และทดลอง กับอีกส่วนหนึ่งนั้น จะต้องคำนึงถึงหลักองค์ประกอบทางศิลปะ ความงาม เสียง แสง การแสดง เป็นต้น

การสร้างสรรค์งาน 2D Computer Graphic (Digital Painting)
การสร้างสรรค์งาน Digital Painting 2D นั้น พัฒนามาจากการเพนท์แบบเดิมที่ใช้พู่กัน สี เป็นเครื่องมือในการสร้างงาน แต่ในการเพนท์แบบดิจิทัลนั้น เป็นการเพนท์ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซอฟท์แวร์เฉพาะในการทำงาน เช่น PhotoShop Corel painter ซึ่งมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก จนบางครั้งเมื่อพิจารณาผลงานและ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างว่า สร้างผลงานแบบเดิม หรือ แบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันการทำงานด้วยระบบดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากแก่ผู้สนใจทางด้านศิลปะ เป็นเครื่องมือใหม่ที่ตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่

การรู้ให้ทันเทคโนโลยี เพื่อปรับตัวให้ทันเยาวชนรุ่นใหม่
เทคโนโลยีทางการศึกษามีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ในระบบการศึกษาไทยนั้นเด็กประถมสามารถสร้างเว๊บไซต์ของตนเองได้ สามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นได้ในระดับของเด็ก ประกอบกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีความรวดเร็ว สามารถส่งเอกสาร ส่งภาพยนตร์ฯลฯ ข้ามทวีปภายในเสี้ยววินาที ดังนั้นในฐานะความเป็นครู อาจารย์ที่จะต้องทำงานกับผู้เรียนเป็นหลักด้วยแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับทัศนคติของตนเองให้ทัน เพื่อการสื่อสารที่ตรงกับผู้เรียน หรือผู้รับสารได้มีความชัดเจน ไม่ในระดับใด ก็ระดับหนึ่ง

ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัล สามารถสืบหา ค้นคว้าได้รอบต้วจากอินเทอร์เนต และควรจะมีผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้อยู่บ้างเป็นผู้ให้คำแนะนำ ชี้แนวทางในการเริ่มต้น สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับตัวผู้สร้างสรรค์ หรือครูอาจารย์เองที่ต้องมีความสนใจ และสนุกกับการสร้างสรรค์ผลงานจึงจะเกิดผลสำเร็จของตนเอง และผู้เรียน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on การสร้างสรรค์งานศิลปะในยุคของดิจิทัล

มโนราห์ การละเล่นพื้นเมืองของภาคใต้

ศิลปะการแสดงเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตา

เป็นศาสตร์ชั้นแนวหน้าที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ต้องสนใจ และต้องพยายามทำให้ได้ จนเกิดเป็นความเชื่อที่ว่า หากชายใดจะไปขอลูกสาวใคร จะต้องตอบคำถาม 2 ข้อ คือ รำมโนราห์เป็นหรือไม่ และขโมยควายเป็นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นหรือขาดความรู้ ความสามารถข้อใดข้อหนึ่ง ฝ่ายพ่อตาแม่ยายก็จะไม่ยกลูกสาวให้ เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ความสามารถ ขาดประสบการณ์ เนื่องจากศิลปะการแสดง สามารถนำไปเป็นอาชีพได้ อีกทั้งยังเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้แก่ครอบครัวอีกด้วย ส่วนเรื่องขโมยควายนั้น ไม่ได้เป็นการส่งเสริมการลักขโมย แต่เป็นการแสดงออกถึงความกล้าได้กล้าเสีย มีความเป็นนักสู้ สามารถปกป้องคุ้มครองวัวควาย ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของครอบครัวได้

มโนราห์ เป็นการละเล่นพื้นเมืองภาคใต้ที่สืบทอดกันมานานและนิยมกันอย่างแพร่หลาย เป็นการละเล่นที่มีทั้งการร้อง การรำ บ้างก็เล่นเป็นเรื่อง แสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรม สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากการร่ายรำของอินเดียโบราณ ก่อนสมัยศรีวิชัย มาจากพ่อค้าชาวอินเดีย สังเกตได้จากเครื่องดนตรีที่ เรียกว่า เบญจสังคีต ซึ่งประกอบด้วย โหม่ง ฉิ่ง ทับ กลอง ปี่ใน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีโนรา รวมถึงท่ารำของโนราหลายท่าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับการร่ายรำของทางอินเดีย คาดว่าโนรากำเนิดขึ้นประมาณ พ.ศ.๑๘๒๐ ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น

การบูชาครูมโนราห์ เป็นการแสดงความซื่อตรงและรำลึกคุณงามความดีของครูเป็นผู้ประสาทวิชาการรำมโนราห์ให้และเป็นการถ่ายทอดให้อนุชนรุ่นหลังสืบมา อีกส่วนหนึ่งของการรำมโนราห์ได้ภายในวงจะต้องประกอบไปด้วย ผู้รำ คนบรรเลงดนตรี คนขับบทกลอน ต้องคอยประสานกันถึงจะมีความสมบูรณ์แบบ ถ้าหากว่าขาดส่วนใดไปก็ไม่สามารถแสดงต่อหน้าสาธารณชนได้ เพราะขาดความสุนทรียภาพของการชมไปทุกส่วนย่อมมีความสำคัญมากไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อาทิ ตีกลอง ขับร้องกลอน และอื่นๆ หรือคนที่อยู่เบื้องหน้า คือ ตัวผู้รำที่สร้างความสุขให้กับผู้ที่มาชม ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามโนราห์เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมที่ดีงาม ที่ควรรักษาเอาไว้ให้อยู่จนถึงรุ่นลูกหลานสืบไป

การแสดงมโนราห์ นิยมจัดแสดงตามงานเทศกาลต่างๆในท้องถิ่นภาคใต้

โดยเฉพาะมีท่ารำที่อ่อนช้อย สวยงาม บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรรหาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่ชวา และกรับ ปัจจุบันพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมด้วย ปัจจุบันมีการแสดงประเภทอื่นให้ดูมากขึ้น เช่น วงดนตรี คอนเสิร์ต ภาพยนตร์ โดยเฉพาะ โทรทัศน์ วีดีโอ และซีดี ที่มีหนัง มีละครให้ดูกันถึงบ้าน ทำให้ศิลปะการแสดงประเภทนี้ลดความนิยมลงไป จะหาชมได้ในโอกาสสำคัญๆ เช่น งานอนุรักษ์วัฒนธรรม ในพิธีไหว้ครูของมโนราห์ (โนราโรงครู) หรือในงานต่างๆ ที่เจ้าภาพผู้จัดยังมีความรักและชื่นชอบในศิลปะการแสดงประเภทนี้

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on มโนราห์ การละเล่นพื้นเมืองของภาคใต้

ศิลปะการแสดงโขนที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้

โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย

มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่าเป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ ผู้เต้นสวมหน้ากากและถืออาวุธ โขนเป็นที่รวมของศิลปะหลายแขนง คือ โขนนำวิธีเล่นและวิธีแต่งตัวบางอย่างมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ โขนนำท่าต่อสู้โลดโผน ท่ารำท่าเต้นมาจากกระบี่กระบอง และโขนนำศิลปะการพากย์การเจรจา หน้าพาทย์เพลงดนตรี การแสดงโขน ผู้แสดงสวมศีรษะคือหัวโขน ปิดหน้าหมด ยกเว้น เทวดา มนุษย์ และมเหสี ธิดาพระยายักษ์  มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้และมีคนพากย์และเจรจาให้ด้วย

เรื่องที่ใช้แสดงโขนในปัจจุบันนี้นิยมเพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งไทยได้เค้าเรื่องเดิมมาจากเรื่องรามายณะของอินเดีย มีอยู่หลายตอนที่เรื่องรามเกียรติ์ดำเนินความแตกต่างจากเรื่องรามายณะมาก โดยเหตุที่เรื่องรามเกียรติ์เป็นเรื่องยาว ไม่สามารถแสดงให้จบในวันเดียวได้ บูรพาจารย์ทางด้านการแสดงโขน จึงแบ่งเรื่องราวที่จะแสดงออกเป็นตอนๆ มีศัพท์เรียกโดยเฉพาะว่า “ชุด” การที่เรียกการแสดงโขนแต่ละตอนว่าชุดนั้น เรียกตามแบบหนังใหญ่ คือเขาจัดตัวหนังไว้เป็นชุดๆจะแสดงชุดไหนก็หยิบตัวหนังชุดนั้นมาแสดง

โขนเป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง

เช่น วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าทางการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำ ท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง ในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็น แสดงอารมณ์ผ่านทางการร่ายรำ สร้างตามลักษณะของตัวละครนั้นๆ

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มักนิยมแสดงเป็นมหกรรมบูชาเจ้านายชั้นสูง เช่น แสดงในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพหรือพระศพ แสดงเป็นมหรสพสมโภชเช่น ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงเป็นมหรสพเพื่อความบันเทิงในโอกาสทั่ว ๆไปนิยมแสดงเพียง 3 ประเภทคือ โขนกลางแปลง โขนหน้าจอและโขนฉาก สำหรับโขนนั่งราวหรือโขนโรงนอกไม่นิยมจัดแสดง เนื่องจากเป็นการแสดงโขนที่มีแต่บทพากย์และบทเจรจาเท่านั้น ไม่มีบทร้อง ใช้ราวไม้กระบอกแทนเตียงสำหรับนั่ง และโขนโรงในซึ่งเป็นศิลปะที่โขนหน้าจอนำไปแสดง แต่เดิมไม่มีองค์ประกอบจำนวนมาก ต่อมาภายหลังเมื่อมีความต้องการมากขึ้น โขนจึงมีวิวัฒนาการพัฒนาเป็นลำดับ

Posted in สถานที่จัดการแสดง | Tagged | Comments Off on ศิลปะการแสดงโขนที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้

การเรียนรู้ศิลปะ เป็นกิจกรรมการเรียนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน

การเรียนรู้ศิลปะ เป็นกิจกรรมการเรียนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียนในหลายด้าน ช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ กิจกรรมทางศิลปะยังช่วยพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจนการนำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้

ในโลกของเด็ก ศิลปะ คือ การแสดงออกอย่างอิสระเสรี ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งต่างๆ ความบริสุทธิ์ จริงใจ เปิดเผย ตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสมองทั้ง 2 ด้าน คือ ด้านอารมณ์และความเป็นเหตุผล รวมทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และการพัฒนาภาษา เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเปิดโอกาสสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออก ชื่นชมต่อธรรมชาติ การเคลื่อนไหว ดนตรี ศิลปะ ความไพเราะ และสิ่งสวยงามต่างๆ ฝึกให้เด็กรู้จักใช้ประสาทสัมผัสให้สัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้เด็กได้สังเกต มีไหวพริบ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้ จักควบคุมตัวเองและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมีลักษณะนิสัยที่ดีงาม

ศิลปะพัฒนาสมอง ทำให้สมองดี เพราะมีจินตนาการ เด็กที่ทำงานศิลปะบ่อยๆ จะเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม ช่างสังเกต ช่างจดจำ รู้จักคิด วางแผนการทำงาน มีความละเอียดรอบคอบ ประณีตบรรจง พิถีพิถัน มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นได้ ช่วยให้มีความคิดแปลกใหม่ และคิดได้หลากหลาย

ศิลปะพัฒนาร่างกาย ด้วยการใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่างมีสติ ดูเป็น ฟังเป็น รู้จักเลือกเฟ้นให้ได้ความรู้และคุณ ค่าที่ดีงาม พัฒนาการเคลื่อนไหวทางด้านกล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และพัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ ให้มีความคล่องแคล่ว และมีความสามารถในการทำงาน

ศิลปะพัฒนาอารมณ์ ความมั่นคงของจิตใจ ช่วยฝึกให้เด็กสงบ นิ่ง มีสมาธิ จดจ่อกับการทำงาน ไม่วอกแวกหวั่น ไหว มีพลัง นุ่มนวลควรแก่งาน มีสติ ไม่เลื่อนลอย ไม่ทิ้งโอกาสที่จะสร้างสรรค์ มีความเพียรพยายาม อดทน รับผิดชอบ มีกำลังใจ ร่าเริง เบิกบาน สดชื่น แจ่มใส ผ่อนคลาย มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง มีสุนทรียภาพ มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก รวม ทั้งสามารถควบคุมตัวเองได้เหมาะสมกับวัย

ศิลปะพัฒนาสังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี ไม่เบียดเบียน ไม่ก่อความเดือดร้อนต่อผู้อื่น รู้จักใช้วินัยในการดำรงชีวิต เคารพกติกา รักษากฎเกณฑ์ เชื่อฟังพ่อแม่และครู รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปัน เอาใจใส่ คิดดีและชื่นชมในผล งานของผู้อื่น มีพฤติกรรมดีงามในความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ ก่อให้เกิดไมตรีและความสามัคคี

ศิลปะพัฒนาปัญญา ทำให้เด็กมีความสามารถทางด้านความรู้ ความคิด ความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ คิดหาเหตุผล คิดอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาความจำ รู้จักสรุปความ รู้จักแสวงหาความรู้เพิ่มเติม และสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ได้ ด้วยการคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และดับทุกข์เป็นในที่สุด

ศิลปะพัฒนาภาษา ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้น รู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ สามารถลำดับเหตุการณ์ เรียบเรียง คำพูดในการบอกเล่าถึงผลงาน เลือกใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมในการแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆในการทำงาน และสามารถใช้วาจาในทางที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูล สร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on การเรียนรู้ศิลปะ เป็นกิจกรรมการเรียนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน

ศิลปะการแสดงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึก

“ศิลปะการแสดง คือ การแสดงออกถึงจินตนาการ ความปรารถนาในจิตใจของมนุษยชาติ”ในขณะที่การแสดงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ เราทุกคนมีความปรารถนาอยากเป็นนักแสดงเสมอ บางครั้งความรู้สึกนี้อาจถูกเก็บซ่อนไว้ภายในใจ ความรู้สึกอยากเป็นนักแสดงเกิดขึ้นกับทุกๆ คน และเป็นความรู้สึกที่อยากแสดงออก อยากถ่ายทอดระบายความรู้สึกในสิ่งที่ตนประทับใจอย่างเปี่ยมล้น หรือบางครั้งเพียงเพื่อต้องการสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้ เป็นความจริงว่าความรู้สึกอยากแสดงออกของเรานั้นไม่มีในงานศิลปะแขนงอื่น ไม่ใช่ว่าเราทุกคนอยากจะเป็นนักดนตรี จิตรกร ประติมากร สถาปนิก นักประพันธ์ ด้วยเหตุนี้ความเป็นนักแสดงจึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ มนุษย์เราทุกคนเป็นนักแสดงได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เพราะการแสดงไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ลักษณะใด จะเป็นการกระทำที่ยั่วยวนจิตใจมนุษย์ได้มากที่สุด เราสนใจพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยกัน และพร้อมที่จะแสดงออกเช่นกัน นอกจากนั้นในบางครั้งเราเสแสร้งแกล้งทำคิดว่าเราเป็นบุคคลอื่น

“การแสดง คือ ศิลปะของการทิ้งบุคลิกของตนเอง แล้วนำเอาบุคลิกความรู้สึกของตัวละครมาสวมใส่ และทำให้การสวมใส่นั้นดูเป็นจริงเป็นจังสำหรับผู้ชม” การแสดงจึงเหมือนการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร ผู้แสดงต้องสวมใส่บุคลิกนั้นอย่างมีชีวิต ต้องรู้สึกในบทบาทการแสดง หากการแสดงเป็นเพียงการเสแสร้างแกล้งทำ และเพียงให้ดูเหมือนจริงผู้ชมก็จะสังเกตเห็นถึงข้อบกพร่องเหล่านั้นได้

ผู้แสดงมีหน้าที่ในการควบคุมร่างกาย จิตใจ น้ำเสียง อารมณ์ความรู้สึกด้วยจิตสำนึกและรู้สึกจริงใจในสิ่งที่ตนเองกระทำอย่างจริงใจ นอกจากนั้นผู้แสดงต้องจำบท คำพูด ต้องศึกษาถึงบุคลิกตัวละครนั้น โดยทิ้งบุคลิกความเป็นตนเองตลอดเวลาที่สวมบท เพื่อให้ผสมกลมกลืนกันไปกับการแสดงของตัวละครอื่น การแสดงจึงคล้ายกับ “การเล่นสมมติ” เป็นความเพลิดเพลินที่มนุษย์เราทุกคนเล่นมาตั้งแต่วัยเด็ก ประสบการณ์เช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์เราเกือบทุกคน ในความพยายามที่จะหลีกหนีจากความเป็นตัวเอง ไปเป็นผู้อื่นไปมีชีวิตอยู่ในจินตนาการใหม่ ในสถานการณ์ใหม่ที่เราไม่อาจจะหาพบในชีวิตประจำวัน เราพยายามเสแสร้างคิดว่าเป็นผู้อื่น ในขณะที่มีจิตสำนึกปกติดีอยู่ทุกประการ การเสแสร้งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราสามารถนำมาใช้ เพื่อประเมินผลของความเป็นนักแสดงได้ในที่สุดเราต้องไม่ลืมไม่ว่า ศิลปะการแสดงเป็นผลิตผลที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินนักแสดง และจากมันสมองของความเป็นมนุษย์นอกจากผลงานแล้ว สิ่งที่ติดตามมาในความเป็นศิลปะก็คือ ความคิด ทัศนคติ ศิลปินนักแสดงสร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์ ความรู้สึกจากจินตนาการบางครั้งเป็นความกดดันอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บแค้น ความทุกข์ยาก ความอยุติธรรม ผลงานจึงไม่ได้แสดงออกแต่ในเรื่องของความสุข ความสมหวัง ความเอื้ออาทร หากแต่เป็นความรู้สึกที่อัดอั้นจากภายในที่ทรงพลัง รุนแรง บ่อยครั้งที่งานแสดง งานศิลปะเหล่านี้มีอิทธิพลอำนาจอย่างน่ามหัศจรรย์ สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ชม ผู้เสพงานศิลปะเหล่านี้ได้ และบ่อยครั้งอีกเช่นกันที่งานศิลปะได้สร้างจิตสำนึกที่ดีและไม่ดีได้

ศิลปะการแสดงจึงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดของตน เพื่อถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้เข้าใจรับรู้ถึงสิ่งที่ตนต้องการจะแสดงออก การแสดงถือเป็นศิลปะของการสื่อสารที่ปรากฏภาพเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้ชมรับรู้และเข้าใจได้ง่ายโดยไม่ยุ่งยากในการตีความ ส่วนอารมณ์ความรู้สึกแม้จะอยู่ในรูปลักษณะที่เป็นนามธรรมก็จริง แต่ผู้ชมทั่วๆ ไปสื่อสัมผัสได้โดยตรงจากผู้แสดง

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on ศิลปะการแสดงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึก

ยุคสมัยการเริ่มต้นการจัดงานแสดงต่างๆให้เป็นที่น่าสนใจ

1235-large-img-3994

ยุคก่อนประวัติศาสตร์มนุษย์เริ่มรู้จักออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยภายในถ้ำ รู้จักแบ่งพื้นที่ในการใช้สอยอย่างหยาบ ๆ คร่าว ๆ เช่น ส่วนที่นอน ที่กินอาหาร การรู้จักวางอาวุธสิ่งของเครื่องใช้ไว้เป็นที่เป็นทางเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้งาน การรู้จักตกแต่งร่างกายและสิ่งของเครื่องใช้ด้วยสีและลวดลาย ทั้งนี้อาจแสดงออกเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ เช่น การบอกสถานภาพทางสังคม การดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น การสนองตอบอุดมคติและความเชื่อ การพรางตัวให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แม้มนุษย์ในยุคนั้นไม่ระบุวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน แต่จากหลักฐานที่ค้นพบจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นพอเป็นแนวทางสันนิษฐานให้สอดคล้องกับหลักวิชาสาขา ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดแสดงหรือจุลนิทัศน์ด้วย

การจัดแสดงหรือจุลนิทัศน์ทางการศึกษานั้นไม่ได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากการจัดแสดงสินค้าโดยตรง แต่เกิดจากความคิดของนักการศึกษาที่จะสร้างสื่อเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ทำให้การจัดแสดงหรือจุลนิทัศน์และนิทรรศการจัดเป็นกิจกรรมในกระบวนการเรียนการสอนหรือการศึกษาอย่างหนึ่ง การใช้กระดานดำเป็นครั้งแรกเมื่อ 400 กว่าปีก่อน ก็อาจนับเป็นการใช้จุลนิทัศน์ทางการศึกษาในยุคเริ่มต้นด้วย การจัดแสดงหรือจุลนิทัศน์ทางการศึกษาอย่างเป็นกิจจะลักษณะครั้งแรกนั้นก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1900 กล่าวคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งฟิลาเดลเฟียได้รวบรวมภาพถ่ายส่งไปบริการโรงเรียนต่าง ๆ ในรัฐเพนซิลวาเนียเพื่อให้ครูใช้เป็นอุปกรณ์การสอนและจัดแสดงตามมุมต่าง ๆ ในโรงเรียน อีก 5 ปีต่อมาโรงเรียนหลายแหล่งในเพนซิลวาเนียก็จัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียน ขึ้นเป็นครั้งแรก ในเมืองเซนต์หลุยส์ ปี ค.ศ. 1908 เมืองรีดดิ้งก็จัดตั้งบ้าง และในปี 1909 เมืองคลิฟแลนด์ได้สร้างพิพิธภัณฑ์โรงเรียนขนาดใหญ่ขึ้น ภายหลังมีการเสนอให้แลกเปลี่ยนทัศนูปกรณ์บางอย่างหมุนเวียนจัดแสดงกันระหว่างพิพิธภัณฑ์โรงเรียนต่าง ๆ การจัดแสดงและนิทรรศการแสดงให้เห็นว่าการจัดแสดงคือ นิทรรศการขนาดเล็กมาก นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการขนาดใหญ่ ได้แก่ นิทรรศการประเภทงานแสดง หมายถึง นิทรรศการขนาดใหญ่ที่มีบริเวณกว้างขวางและงานมหกรรม หมายถึง นิทรรศการขนาดใหญ่มโหฬารระดับชาติหรือนานาชาติ ดังนั้นจึงกล่าวโดยรวมได้ว่า “การจัดแสดงทุกขนาดเป็นนิทรรศการ”

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on ยุคสมัยการเริ่มต้นการจัดงานแสดงต่างๆให้เป็นที่น่าสนใจ